การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่อาจทำให้ โลกเปลี่ยนไป ตลอดกาลในปี 2100



ลูกหลานของเราอาจเลือกได้ในที่สุดว่าพวกเขาต้องการหยุดความชราเมื่ออายุ  30 ปีหรือไม่ แต่พวกเขาอาจไม่รู้ว่าก้อนเมฆมีลักษณะเป็นอย่างไร ประชากรโลกเพิ่มขึ้นทุกวินาที และเราได้ทำการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างบนดาวเคราะห์ของเราจนทำให้ โลกเปลี่ยนไป ตลอดกาลจนเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำในปีที่ 2100 ว่า โลกเปลี่ยนไป ยังไงก็ได้ ดูเหมือนว่าผู้คนจะอาศัยอยู่ในโลกที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

พวกเราที่ “สาระยำ” ได้ค้นพบสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ และต้องการแบ่งปันสิ่งที่ค้นพบที่น่าอัศจรรย์กับพวกคุณทุกคน


1. เราจะสามารถเดินทางจากเบอร์ลินไปนิวยอร์กได้ภายใน 3 ชั่วโมง

ในปี 2100 ยุโรปและอเมริกาเหนืออาจเชื่อมต่อกันด้วยอุโมงค์แอตแลนติก อุโมงค์นี้จะติดตั้งท่อสุญญากาศเพื่อให้รถไฟวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูงสุด 4,349 ไมล์ต่อชั่วโมง เนื่องจากมีสนามแม่เหล็กและไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ พื้นที่สุญญากาศจะช่วยให้รถไฟเดินทางจากเบอร์ลินไปยังนิวยอร์กได้ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง

2. จะไม่มีป่าฝนอีกต่อไป

ป่าฝนครึ่งหนึ่งในโลกถูกกำจัดไปแล้ว และหากอัตราการทำลายล้างยังดำเนินต่อไป ภายในปี 2100 พื้นที่ทั้งหมดจะหายไป เนื่องจาก 75% ของสิ่งมีชีวิตบนโลกตั้งอยู่ในป่าดิบชื้นทั้งสิ้น ซึ่งมนุษย์จำนวนมากยังคงไม่ค้นพบ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จำนวนมากก็จะหายไปเช่นกันเพราะไม่มีที่ให้ไป

3. คนอาจหยุดการชราภาพได้เมื่อมีอายุมาก

แม้แต่ในอดีต ผู้คนต่างค้นหาวิธีที่ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยตามวัยอย่างไม่รู้จบ แต่ในขณะนั้น เรายังไม่รู้ว่าเหตุใดเราจึงอายุมากขึ้น ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สำคัญในการหาวิธีที่จะหยุดความชราลงได้

ทุกวันนี้ นักวิจัยรู้ว่าเราแก่ขึ้นเพราะเมื่อเวลาผ่านไป ข้อผิดพลาดก็ก่อตัวขึ้นในระดับเซลล์ อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ในปี 2100 ที่จะมีกลไกการแก้ไขข้อผิดพลาดซึ่งจะทำให้กระบวนการย้อนกลับ ที่จริงแล้ว นักวิทยาศาสตร์รู้อยู่แล้วว่า 60 ยีนที่ส่งผลต่อกระบวนการชราภาพ ดังนั้นลูกหลานของเราจึงอาจเลือกที่จะหยุดความชราได้หลังจากอายุ 30 ปี

4. 21 ประเทศอาจกลายเป็นทะเลทรายไปตลอดกาล

เว้นแต่เราจะหาวิธีรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 2  องศาลุ่มน้ำเมดิเตอร์เรเนียนจะเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่เคยทำในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าป่าไม้จะกลายเป็นป่าละเมาะและกลายเป็นทะเลทรายแทน สิ่งนี้จะไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสเปนตอนใต้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอีก 20 ประเทศที่อยู่ในลุ่มน้ำเมดิเตอร์เรเนียนด้วย

5. ผู้คนอาจขาดแคลนอาหารที่จำเป็นภายในปี 2100

ถ้าเรายังคงนิสัยการกินในปัจจุบัน โลกจะไม่สามารถจัดหาอาหารให้เราเพียงพอภายในปี 2100 อันที่จริงตามที่นักสังคมวิทยาของฮาร์วาร์ดได้กล่าวไว้ว่า แม้ว่าทุกคนจะกลายเป็นมังสวิรัติ แต่พื้นที่เพาะปลูกก็ไม่สามารถสนับสนุนได้ 10 พันล้านคน นอกจากนี้ ภายในปี 2030 อาหารก็จะหาซื้อได้ยาก อาหารบางชนิดอาจมีราคาแพงขึ้น 130% ถึง 180%

6. ระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นถึง 8.2 ฟุต

ดาวเทียมเริ่มบันทึกระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในปี 2536 ตั้งแต่นั้นมา ระดับน้ำทะเลก็เพิ่มขึ้น 6-8 นิ้ว ในอัตราที่นี้ปี 2100 ก็คาดว่าระดับจะถึง 8.2 ฟุต ซึ่งหมายความว่าแนวชายฝั่งหลายแห่งทั่วโลกจะถูกคุกคาม หลายสิ่งหลายอย่างอาจมีความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้น รวมทั้งสะพาน ถนน แหล่งน้ำ ซึ่งรายการดังกล่าวไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ

อันที่จริงมันสามารถนำไปสู่คลื่นพายุได้เช่นกัน เช่นเดียวกับน้ำท่วม และแม้แต่แหล่งน้ำจืดก็สามารถปนเปื้อนด้วยน้ำเกลือ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

7. โลกของเราอาจเข้าสู่สถานะเรือนกระจกอย่างสมบูรณ์

ลูกหลานของเราอาจไม่สามารถเพลิดเพลินกับร่มเงาที่ดีภายใต้  ก้อนเมฆในปี 2100 เพราะเมฆอาจหายไปในตอนนั้น เนื่องจากพวกมันสะท้อนรังสีของดวงอาทิตย์และทำให้โลกเย็นตลอดเวลา โดยไม่มีเมฆ อุณหภูมิโลกอาจเพิ่มขึ้นมากถึง 14ºF

ซึ่งหมายความว่าดาวเคราะห์อาจจะเข้าสู่สถานะเรือนกระจก ซึ่งหมายความว่ามหาสมุทรอาจกลายเป็นความร้อน ความแห้งแล้งและน้ำท่วมฉับพลันจะเพิ่มขึ้น และอากาศก็จะเป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยเหตุนี้ สภาพของโลกจึงเริ่มไม่เป็นที่พอใจต่อการอยู่อาศัย เช่นเดียวกับที่เคยเป็นของสิ่งมีชีวิตในช่วงสภาวะเรือนกระจกสุดท้ายเมื่อ 57 ล้านปีก่อน


ขอบคุณข้อมูลจาก : Brightside | เรียบเรียงโดย : SARAYUM


แบ่งปัน

SARAYUM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

10 อนิเมะใหม่ที่ว่ายังไงคุณต้องดูให้ได้ 2021

เสาร์ ก.ค. 17 , 2021
10 อนิเมะใหม่ที่ว่ายังไงคุณต้องดูให้ได้ 2021 ไม่ว่ […]
10 อนิเมะใหม่ที่ว่ายังไงคุณต้องดูให้ได้ 2021-web

แนะนำ